ติดต่อ: 084-820-7280 ทศพล แก้วสาร

06/04/2018

รับทำ app blog detail

มาร่วมกันอ่านหนังสือให้คนพิการทางสายตาฟังกัน

“Read for the Blind” เป็นแอพพลิเคชั่นแรกของโลกที่ถูกคิดค้นมาเพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาศช่วยกันอ่านหนังสือ บทความ หนังสือพิมพ์และคอลัมน์ที่น่าสนใจ ทั้งจากแมกาซีนหรือเวบไซต์ต่างๆ ได้ง่ายและสะดวกมากขึ้นโดยที่เราไม่ต้องเดินทางไปถึงสถานที่จริง ซึ่งแอพพลิเคชั่นนี้เราไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือคนเดียวทั้งเล่ม เราสามารถเลือกอ่านแค่หนึ่งบทก็ได้คะ เป็นแอปฯน่าติดตามอีกหนึ่งแอปเลยนะคะเนี้ย

                                                            

          แอปฯ Read for the Blind เมื่อดาวน์โหลดมาแล้วเปิดตัวแอปฯเข้าไปก็จะเจอกับการเลือกการใช้งานว่าว่าคุณเป็นคนพิการทางสายตา หรือ เป็นอาสาสมัคร

                                                            

          จากนั้นก็สมัครการใช้งาน สามารถสมัครได้ทั้งการ Sign in กับ facebook ได้เลยหรือจะสมัครผ่าน mail ก็สามารถทำได้เช่นกันคะ

                                                            

          เมื่อ login เข้ามานะคะก็จะเจอกับหน้าหลักของแอปฯซึ่งจะบอก หนังสือเรื่องต่างๆ หนังสือลำดับแรกที่คนตาบอดขอให้อ่านมากที่สุด และบอกเปอร์เซ็นของหนังสือที่อ่านแล้วคะ

                                    

            วิธีการอ่านหนังสือลำดับแรกกดที่หนังสือเรื่องที่ยังอ่านไม่จบหรือสร้างหนังสือเสียงเล่มใหม่ จากนั้นก็จะให้เขียนชื่อบท ลำดับของบทที่เราจะอ่านคะและวิธีการเพิ่มบทความเสียงก็ทำเหมือนกับวิธีการเพิ่มหนังสือเสียงคะ

                                      

            ต่อไปเป็นการค้นหาหนังสือและบทความมีไว้เพื่อค้นหาหนังสือและบทความที่มีการบันทึกมาแล้วแต่อาจจะยังอ่านไม่จบหรืออ่านจบแล้วก็ได้คะ

           

                                                         

           ในส่วนของข้อความก็จะเป็นข่าวสารต่างๆที่ทางแอปฯแจ้งกับผู้ใช้งานแอปฯคะ   

                                                         

          และสุดท้ายคือส่วนของโปรไฟล์ ในส่วนนี้ก็จะบอกจำนวนหนังสือ บทความ เวลาที่อ่านหนังสือและบทความ และอื่นๆคะ

          ซึ่งโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์กร บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคทรอนิคส์ จำกัด และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กูเกิล (ประเทศไทย) จำกัดมาร่วมอ่านหนังสือเพื่อคนตาบอด ผ่านแอพพลิเคชั่น Read for the Blind
ข้อมูลเพิ่มเติม www.facebook.com/ReadfortheBlind
#ReadfortheBlind

Shared:

รับทำ app share facebook

บทความอื่นๆ

รับทำ app wewillapp บทความออนไลน์ รับทำเว็บไซต์ รับทำแอพพลิเคชัน

อยากได้มือถือใหม่ไม่ต้องซื้อ “ยืมมั้ย” แอพฯ ให้ยืมมือถือเจ้าแรกของไทย

          ตั้งแต่สมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาทในชีวิตของพวกเราทุกคนบนโลก หันไปทางไหนทุกคนก็มีสมาร์ทโฟนไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กไปถึงคนรุ่นปู่ย่าตายาย ซึ่งในแต่ละปียี่ห้อยักษ์ใหญ่ หรือยี่ห้อเล็กต่างก็ขยันออกสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ เพิ่มฟีเจอร์ใหม่นู่นนี่นั่น จนลูกค้าอย่างเราๆคันไม้คันมืออยากจะควักเงินจ่ายเพื่อครอบครองมันอย่างไม่ลังเล           พอเราได้มาสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่มาชื่นชมได้ไม่ถึงปี รุ่นใหม่ๆก็ตบเท้าออกมาอีกเพียบ ความอยากได้ของเราก็มาอีกสิค้าบบ ทำไงล่ะทีนี้เลยต้องเอาเครื่องเก่าไปขาย ซึ่งจากการใช้งาน 1 ปี แม้ไม่มีรอยขีดข่วนใดๆ ราคาของเครื่องเราก็ตกลงไปถึง 60-70%  จะซื้อเครื่องใหม่ ก็ต้องเพิ่มเงินอีกอยู่ดี           วันนี้เราเลยขอแนะนำแอพฯใหม่ แอพพลิเคชั่นของคนไทย ที่กำลังถูกพูดถึงมากในช่วงนี้ นั่นคือแอพฯ ยืมมั้ย แอพฯที่จะให้เรามีสมาร์ทโฟนใหม่ใช้ทุกปี โดยมีขั้นตอนง่ายๆคือ เข้าแอพฯ เลือกยี่ห้อ เลือกรุ่น เลือกการชำระ กดยืนยันแล้วรอรับเครื่องอยู่ที่บ้านเลย ง่ายมากกกก           ซึ่งในการยืมมือถือจากแอพพลิเคชั่นยืมมั้ยนี้ คุณจะได้เครื่องใหม่แกะกล่องแน่นอน โดยคุณสามารถเลือกซิมการ์ดเพื่อใช้งานได้ทันที หรือใช้เบอร์เดิมของคุณ  การโอนถ่ายข้อมูลจากเครื่องเก่าก็สามารถทำเองที่บ้านได้เลย ส่วนกรณีที่คุณทำเครื่องตกแตกได้รับความเสียหาย สามารถเคลมเปลี่ยนเครื่องได้ โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่มแต่อย่างใด เริดไปอีกกกก           และหลังจากเช่าครบ 1 ปี คุณจะต้องคืนมือถือเครื่องนี้ และรับเงินมัดจำคืน ซึ่งมัดจำจะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับรุ่นของมือถืออีกเช่นเดียวกัน และในการยืมก็ข้อแม้อยู่นิดเดียวก็คือคุณต้องมีบัตรเครดิตหรือเดบิตเพื่อใช้ในการชำระเท่านั้นเองค่า           อย่างไรก็ตามแอพฯนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบเปลี่ยนเครื่องบ่อยๆ หรือหน่วยงาน สำนักงาน ที่ต้องใช้สมาร์ทโฟนให้พนักงานเพื่อใช้ในการทำงาน แบบนี้ยังไงก็คุ้มกว่าซื้อแน่นอน โหลดแอพได้ที่นี่เลยจ้า     

รับทำ app wewillapp บทความออนไลน์ รับทำเว็บไซต์ รับทำแอพพลิเคชัน

จุฬาฯ-กสิกรไทยกับโครงการ CU NEX แอปพลิเคชันที่ทำให้ชีวิตนิสิตง่ายขึ้นด้วยดิจิทัลเทคโนโลยี

                                                                  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับธนาคารกสิกรไทย ได้มีการร่วมมือกันทำโครงการ CU NEX ที่จะใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีเชื่อมโยงทุกแพลตฟอร์มของมหาวิทยาลัยไปสู่การบริหารจัดการที่ทันสมัยมากขึ้น การใช้ชีวิตของนิสิตและบุคลากรในรั้วจุฬาฯ ยกระดับการเรียน การสอน และการใช้ชีวิตด้วยเทคโนโลยี เพื่อให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัย Digital Lifestyle University                        แล้วแอปพลิเคชัน CU NEX จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตประจำวันของนิสิตและบุคลากรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่เริ่มต้นวัน ไปจนถึงเวลาที่ก้าวขาออกนอกรั้วมหาวิทยาลัยอย่างไรละ ? บัตรนิสิตจะหายไป กลายเป็น Digital ID แทน: ด้วยแอปพลิเคชัน CU NEX จะทำให้บัตรนิสิตกลายเป็นเรื่องในอดีต เพราะนับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะได้บัตรนิสิตที่ผูกกับแอปพลิเคชัน นั่นหมายความว่า การลงทะเบียนเรียน, การใช้ห้องสมุด เช่น จองหนังสือผ่านแอปพลิเคชัน, การใช้งานอาคารสถานที่ เช่น ไม่รู้ว่าห้องเรียนนี้อยู่ตึกไหนหรือเดินทางไปอย่างไร แอปพลิเคชันจะนำทางไปให้ นอกจากนั้นยังรวมไปถึงการตรวจสอบตำแหน่งของรถบัสในมหาวิทยาลัยแบบเรียลไทม์ ทำให้ชีวิตเป็นดิจิทัลไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง และแน่นอนทุกอย่างสามารถทำได้ในแอปพลิเคชันเดียว เข้าสู่มหาวิทยาลัยไร้เงินสด เพราะจ่ายทุกอย่างได้ด้วย CU NEX: บรรดาร้านอาหารในมหาวิทยาลัยจะรองรับการจ่ายเงินด้วย QR Code ผ่านแอปพลิเคชัน CU NEX มากไปกว่านั้น ยังสามารถรับคะแนนสะสม และนำไปแลกสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในร้านค้าโดยรอบมหาวิทยาลัยได้ด้วย พื้นที่ Co-working space รองรับความต้องการของนิสิต: ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์และธนาคารกสิกรไทย ยังเปิดพื้นที่ใหม่เรียกว่า PLEARN Space โดยจะเป็น Co-working space ที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้ทำกิจกรรมหาความรู้ร่วมกัน ซึ่งแน่นอนว่าการเข้าไปยังพื้นที่แห่งนี้ต้องใช้แอปพลิเคชันตัวนี้นั่นเอง เปิดโลกแห่งการเรียนรู้ของบุคลากรจุฬาฯ ด้วยการบ่มเพาะความรู้ดิจิทัล: ด้วยการจับมือกับธนาคารกสิกรไทย ทำให้องค์กรลูกอย่าง KBTG ที่ดูแลด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมจะมาช่วยส่งเสริมความรู้ด้านดิจิทัล และมากไปกว่านั้น จะมีการสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมส่งเสริมให้เกิดสตาร์ทอัพในมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งก้าวไปสู่เวทีระดับโลก การใช้ Big Data ในมหาวิทยาลัย: หลังจากการผลักดันให้เกิดดิจิทัลไลฟ์สไตล์ในมหาวิทยาลัยแล้ว ข้อมูลอันมหาศาลที่มหาวิทยาลัยมีจะทำให้สามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อออกแบบหลักสูตรและกิจกรรมที่เหมาะสมกับนิสิต พร้อมทั้งยังสามารถนำข้อมูลไปสร้าง Data Hub หรือไกลไปจนถึงการนำเทคโนโลยี Blockchain มาช่วยจัดการเอกสารในมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และในส่วนที่นิสิตจะได้รับจากการปลี่ยนบัตรเดบิตประจำตัวนิสิตใหม่ ไม่มีค่าธรรมเนียมบัตรเดบิตทั้งค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดการเป็นนิสิตจุฬาฯ ดูหนังทุกเรื่องทุกรอบ 100 บาท ที่ Major Cineplex และ SF Cinema City ทุกสาขา อิ่มคุ้มที่แมคโดนัลด์ 100 บาท เมื่อซื้อแมคฟิชหรือซามูไรเบอร์เกอร์ ขนาดกลาง หรือ ชุดแมคไก่ทอดใหญ่เผ็ด 3 ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ Lazada รับส่วนลด 15% ตลอดทั้งปี นั่ง Grab ครั้งแรก ฟรี 100 บาท หรือลด 10% เมื่อจ่ายด้วย GrabPay จองที่พักกับ Expedia ลดสูงสุด 60% และอื่นๆ อีกมากมาย               ถือว่าเป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยตัดปัญหาเรื่องบัตรนิสิตหาย หรือปัญหาการลืมบัตรนิสิตแล้วเข้าหอสมุดหรือยืมหนังสือไม่ได้ ปัญหาเมื่อหาตึกไม่เจอยังมีระบบนำทางไปยังตึกเรียน รวมไปถึงการตรวจสอบตำแหน่งของรถบัสในมหาวิทยาลัยแบบเรียลไทม์ และยังช่วยให้การจ่ายค่าเทอมเป็นเรื่องง่ายด้วยการจ่ายผ่าน CU NEX ได้เลย โครงการดีๆแบบนี้หวังว่ามหาวิทยาลัยอื่นๆจะนำไปใช้กันนะค่ะ ดาวน์โหลด Android / iOS ขอบคุณข้อมูลจาก: https://brandinside.asia/chuna-new-era-cu-nex-kbank/                             https://www.matichon.co.th/publicize/news_834008  

รับทำ app wewillapp บทความออนไลน์ รับทำเว็บไซต์ รับทำแอพพลิเคชัน

แนะนำแอพพลิเคชั่นจากคนไทย Varee รู้ทันน้ำท่วมกับคุณวารี

                 วันนี้เราจะมาแนะนำแอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้ชีวิตของเราเกิดความปลอดภัย สะดวกสบายในการเดินทางมากยิ่งขึ้น วารีเป็นแอพพลิเคชั่นแจ้งเตือนน้ำท่วมแบบเรียลไทม์เพื่อคนไทย ให้เราสามารถตรวจสอบข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์อุทกภัยได้จากแผนที่ ช่องสื่อสารอัตโนมัติ (Chat Bot) และข้อมูลจาก Twitter                                       วารีช่วยให้เราวางแผนเส้นการเดินทาง, ตรวจสอบสถานการณ์น้ำผ่านเซ็นเซอร์ต่างๆ และตรวจสอบภาพสถานการณ์ปัจจุบันจากกล้อง CCTV ผ่านการกดหมุนบนแผนที่ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของคนไทยที่ทำให้ทุกคนสามารถรับรู้ข่าวสารได้ตลอดเวลาเมื่อต้องการโดยไม่ต้องมาคอยนั่งรอหน้าจอโทรทัศน์อีกต่อไป           

รับทำ app wewillapp บทความออนไลน์ รับทำเว็บไซต์ รับทำแอพพลิเคชัน

“Happy Work” แอปพลิเคชัน HR Solution ระบบบริหารจัดการพนักงานสำหรับผู้บริหารยุคใหม่

            Happy Work แอปพลิเคชันที่ช่วยบริหารจัดการพนักงานที่ช่วยตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ใช้งานสมาร์ทโฟนเป็นหลัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและพื้นที่สร้างสรรค์ในการครีเอทงาน บอกได้เลยว่างานนี้สบายใจทั้งเจ้านายและลูกน้อง เพราะวัดผลได้อย่างแม่นยำ ใช้งานง่ายได้ทุกที่ทุกเวลาผ่านสมาร์ทโฟน นำเทรนด์วิถีการทำงานแห่งอนาคต เอาใจ Office Worker                               แอป “Happy Work” มีแนวคิด “เพื่อการทำงานที่แฮปปี้” ปัจจุบันเป็นยุคที่สมาร์ทโฟนเข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตจนกลายเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้ จากสถิติของ Hootsuite และ Wearesocial เปิดเผยว่าในเดือนมกราคม 2561 ประเทศไทยมีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือสูงถึง 55.56 ล้านคน  จากจำนวนประชากรไทยทั้งสิ้น 69.11 ล้านคน โดยกว่า 71% เป็นโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน ด้วยแนวคิดที่ว่าโลกดิจิทัลสามารถสร้างโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลได้มากกว่า อีกทั้งเทคโนโลยีรอบตัวก็ได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น แอปพลิเคชันต่างๆถูกสร้างขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตทั้งเรื่องไลฟ์สไตล์ส่วนตัวและการทำงานของมนุษย์ยุคดิจิทัล                 ฟีเจอร์ของ Happy Work คิดค้นมาเพื่อสร้างการทำงานที่มีประสิทธิภาพบนวิถีชีวิตที่ยืดหยุ่นได้ ประกอบด้วย 7 ฟีเจอร์พิเศษคือ ระบบ Check in เข้า-ออกงาน : ลืมการต่อแถวตอกบัตรหรือสแกนนิ้วแบบเดิมทิ้งไป เพราะ Happy Work ให้ผู้ใช้เช็คอินเข้าทำงานได้ง่ายเพียง 1 คลิกผ่านแอปพลิเคชัน โดยเชื่อมต่อบลูทูธกับ Beacon อุปกรณ์ปล่อยสัญญาณขนาดจิ๋วที่ทำหน้าที่แทนเครื่องสแกนนิ้ว โดยส่งสัญญาณจากบริเวณที่ติดตั้งในรัศมี 3 เมตร พิเศษยิ่งขึ้นสำหรับบริษัทที่มีความยืดหยุ่นเรื่องเวลาการทำงาน สามารถจัดการปรับระบบเวลาเข้า-ออกงานให้เหมาะสมกับพนักงานแต่ละคนได้อีกด้วย GPS เข้า-ออกงานนอกสถานที่ : แม้ไม่ได้เข้าออฟฟิตเเต่ยังยืนยันสิทธิ์การเข้า-ออกงานได้ทุกที่ทุกเวลาด้วยการปักหมุดสถานที่ทำงานบนระบบ GPS ที่มีความแม่นยำสูง Daily Report : บันทึกการทำงานในแต่ละวันด้วยพื้นที่ไดอารี่ขนาดสั้น ทั้งยังสามารถเรียกดูย้อนหลังได้ ลาหยุด : แจ้งลาทุกประเภทส่งตรงถึงหัวหน้าแบบไม่ต้องพึ่งเอกสารให้ยุ่งยาก ทั้งลาป่วย ลากิจ รวมทั้งเช็คสถานะวันลาคงเหลือสำหรับวางแผนพักร้อนยาวๆ แจ้งเบิกค่าใช้จ่าย : จะเบิกน้อยหรือมากก็แจ้งเบิกได้แบบไม่ต้องกลัวเอกสารตกหล่น ผ่านการอัพโหลดภาพใบเสร็จด้วยฟีเจอร์เบิกค่าใช้จ่ายที่แบ่งประเภทชัดเจนทั้งค่าเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าซื้ออุปกรณ์ออฟฟิต ฯลฯ Employee Engagement & Privilege Program : ตอบแทนความมีน้ำใจของเพื่อนร่วมงานมากกว่าคำขอบคุณ ด้วยการกดให้คะแนนที่สามารถสะสมเพื่อแลกรางวัลสุดพิเศษได้ ทุกครั้งที่เจอเรื่องประทับใจจากเพื่อนร่วมงานก็เลือกกดได้เลยทั้งไอคอน Love, Great, Thank You, The Ultimate, Enjoy และ Congratulations ฟีเจอร์นี้ยังช่วยให้หัวหน้างานวัดการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพนักงานได้อีกด้วย Expressing Opinions : เพราะคนคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรก้าวไปข้างหน้า อย่ารอที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำงาน หรืออยากเสนอแนะให้ปรับปรุงในเรื่องใดก็บอกให้รับรู้ได้ เพียงแค่ผ่านพิมพ์ข้อความแล้วส่งตรงถึงผู้บริหาร เพื่อหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน Pricing                      ตอนนี้ Happy Work สามารถรองรับทั้งระบบ iOS และ Android ได้อย่างสมบูรณ์ โดยมีหลายบริษัทในไทยให้ความสนใจทดลองใช้ Happy Work หนึ่งในนั้นคือบริษัทรถยนต์แถวหน้าจากประเทศญี่ปุ่นอย่างฮอนด้า งานนี้ดูจะเป็นข่าวดีสำหรับชาว Office Worker ยุคใหม่ที่อยากปรับเปลี่ยนระบบไลฟ์สไตล์การทำงานให้มีลูกเล่นมากขึ้น ลองไปกระซิบบอกเจ้านายสักนิดว่าให้เข้าไปที่ happywork.jenosize.com งานนี้รับรองว่าแฮปปี้ทั้งเจ้านายและลูกน้องแน่นอน ขอบคุณข้อมูลจาก: https://www.marketingoops.com/news/tech-update/startups/happy-work/