ติดต่อ: 084-820-7280 ทศพล แก้วสาร

19/09/2018

รับทำ app blog detail

ควบคุมอาหารง่ายขึ้นด้วยแอพคำนวณแคลอรี่

           นับแคลๆๆๆๆ หันไปทางไหนก็มีแต่คนบอกว่าถ้าอยากจะลดน้ำหนักต้องนับแคลให้เป็น โอ้ยยย!! แล้วเค้านับกันยังไงล่ะเนี่ยยยย นับไม่เป็นแล้วจะลดไม่ได้งี้หรอ ใครเกิดปัญหานี้ยกมือขึ้น ฮ่าๆๆๆ

           เราคนแรกเลยจ้า เป็นมาตลอดตั้งแต่เริ่มอยากลดน้ำหนัก ซึ่งไม่เคยได้ผลเลยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ลดมาหลายครั้ง ทานยาลดน้ำหนักมานับครั้งไม่ถ้วน  และที่ไม่สำเร็จก็เพราะลดแบบผิดวิธีมาตลอด พอเราตั้งใจแล้วว่าครั้งนี้จะเป็นการลดน้ำหนักครั้งสุดท้ายของชีวิต เราจึงใช้เวลาศึกษาค้นคว้าเรื่องการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีและยั่งยืน ก็คืออาหาร 80% และการออกกำลังกาย 20% สรุปสั้นๆก็คือเราต้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องอาหารเป็นหลักค่ะ ส่วนการออกกำลังกายก็เพื่อเป็นการเผาผลาญไขมันที่สะสมในร่างกาย เพื่อช่วยให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพมากขึ้น และร่างกายเฟิร์มกระชับถึงแม้น้ำหนักจะลดไปเยอะแค่ไหนก็ตาม

           แต่เราก็ยังติดปัญหาอยู่ดีเรื่องการควบคุมอาหาร คือนิสัยการกินของที่บ้านเราคือติดของทอดของมันกันมาก เราไม่รู้ว่าอาหารแต่ละอย่างแคลมากน้อยแค่ไหน ต้องนับอย่างไร เราจึงเสิร์ซหาตัวช่วยที่จะทำให้การนับแคลของเราง่ายและสะดวกมากขึ้น อย่างเช่นแอพพลิเคชั่นที่เราจะแนะนำวันนี้ ซึ่งได้ผลมากๆจริงนะคะ เพราะเราสามารถลดน้ำหนักได้ถึง 4 กิโลกรัม หลังจากใช้แอพมา 1 เดือน

 

           แคลอรี่ ไดอารี่ แอพเพื่อสุขภาพและการไดเอท ช่วยคำนวนปริมาณแคลอรี่ที่ควรบริโภคต่อวันตามเป้าหมายน้ำหนักที่ต้องการ นับการเดินและการเผาผลาญจากการเดิน บันทึกปริมาณแคลอรี่ที่บริโภคในแต่ละวันได้จากรายการอาหารมากมาย มาพร้อมตัวการ์ตูนน่ารัก เพื่อช่วยเพิ่มรอยยิ้มและความสนุกสนานให้การไดเอทของคุณ

           แคลอรี่ ไดอารี่เชื่อมต่อกับแอพสุขภาพด้วย HealthKit ทำให้การบันทึกและอัพเดทน้ำหนักเป็นไปได้ง่ายขึ้น รวมทั้งเชื่อมต่อกับข้อมูลการนับก้าวเดินในแต่ละวันผ่านทาง HealthKit และนำมาคำนวนในแอพแคลอรี่ ไดอารี่ ทำให้คุณสามารถทราบได้ว่าร่างกายได้เผาผลาญพลังงานจากการเดินในแต่ละวันไปเท่าไหร่อีกด้วย

 

        ก่อนอื่นต้องเข้าไปบันทึกข้อมูลน้ำหนักส่วนสูง น้ำหนักเป้าหมาย ระยะเวลา (หมายถึงระยะที่เราอยากให้น้ำหนักถึงเป้าหมาย) กันก่อนค่ะ แล้วแอพจะคำนวณระยะเวลาในการลดออกมาว่าต้องใช้เวลากี่วันๆ คำนวณค่า BMI ค่า BMR มาให้ด้วย ซึ่งค่า BMR นี่แหละค่ะที่เป็นตัวกำหนดจำนวนแคลอรี่อาหารของเราในแต่ละวัน

 

        หลังจากนั้นก็เริ่มใช้งานแอพได้เลยค่ะ เรามักจะบันทึกตอนก่อนนอนค่ะ ทำเป็นกิจวัตรไปเลย เริ่มจากการบันทึกอาหารเช้า อาหารว่าง อาหารกลางวัน อาหารเย็น และการออกกำลังกายด้วยนะคะ

 

        แล้วเลื่อนลงมาดูตารางข้างล่างค่ะ แอพจะพิจารณาออกมาเป็นกราฟ ซึ่งกราฟแต่ละสีแสดงระดับของการกินอาหารของเรานั่นเองค่ะ สีแดงหมายถึงวันนั้นกินเกินแคลที่กำหนด สีเหลืองหมายถึงวันนั้นกินเกือบเกินที่กำหนด และสีเขียวหมายถึงการกินที่ปกติ และยังมีตารางอัพเดทน้ำหนักของตัวคุณเองเพื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนค่ะ

 

และนอกจากนั้นในแอพยังรวบรวมบทความดีๆจากเว็บไซด์ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์กับผู้ใช้แอพไว้มากมายเลยค่ะ

 

          การจะทำอะไรแล้วประสบความสำเร็จได้นั้นต้องใช้เวลา การลดน้ำหนักที่ได้ผลแบบยั่งยืนเช่นกัน ต้องใช้เวลาและความอดทนอย่างมาก แต่ถ้าเรามีความตั้งใจ ลดแบบสบายๆ ไม่ต้องซีเรียสมาก แค่มีวินัยในการบันทึกการกินและการออกกำลังกายในแอพ เราจะรู้ตัวว่าวันๆนึงเรากินอะไรเข้าไปเยอะมาก ซึ่งถ้าเราลดแบบไม่มีการตั้งเป้าหมายและการควบคุมเลย มันยากมากที่จะประสบความสำเร็จในการลด เราขอเอาใจช่วยคนที่กำลังลดน้ำหนักเหมือนเรา มาสนุกไปกับการดูแลสุขภาพและการไดเอทที่ได้ผลไปพร้อมๆกันนะคะ!

 

Download ความผอมกันตรงนี้เลยจ้า และมีให้โหลดแค่ใน Apple Store เท่านั้น

 

 

Shared:

รับทำ app share facebook

บทความอื่นๆ

รับทำ app wewillapp บทความออนไลน์ รับทำเว็บไซต์ รับทำแอพพลิเคชัน

กระตุกต่อมความพอดีในตัว พอเพียงได้ตามคำพ่อสอน

มีคนจำนวนไม่น้อยเลยค่ะที่เข้าใจว่าเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องของเกษตรกรเท่านั้น ไม่ใช่ว่าไม่ถูกต้องนะคะ แต่ไม่ถูกต้องทั้งหมดค่ะ จริงๆแล้วเราสามารถนำปรัชญาของพ่อมาใช้ได้ในชีวิตประจำวัน  ไม่ว่าคุณจะทำอาชีพใดๆ คุณก็สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้แน่นอนค่ะ                     ปรัขญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยมีหลักการประเมิน ในรูปแบบ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข 3 ห่วงคือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน ส่วน 2 เงื่อนไขนั่นก็คือ ความรู้ คู่ คุณธรรม           ซึ่งแอพพลิเคชั่นที่เราจะแนะนำในวันนี้  ผู้พัฒนาทำขึ้นโดยใช้หลักปรัชญาของพ่อหลวงเป็นแกน เพื่อให้คุณรู้จักคิด รู้จักใช้ และรู้จักความพอเพียงในชีวิตนั้นเองค่ะ           แอปพลิเคชั่น “พอดี” มีส่วนช่วยกระตุกต่อมความพอดี ให้เรารู้จักคิด รู้จักใช้ และรู้จักความพอดีในชีวิต จากการประมวลผลความพอดีในตัวคุณออกมา แน่นอนว่าชีวิตที่มี “ความพอดี” ก็จะมี “ความสุข” และถ้าคนหนึ่งคนทำได้ คนหลายคนก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของ “ความพอดี” ให้สังคมได้ไม่ยาก           แอพพลิเคชั่น “พอดี” เป็นแอพพลิเคชั่นที่จะเข้ามาช่วยให้เราทบทวนความอยากของตัวเรา โดยใช้หลักการประเมินตามแนวพระราชดำริ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ในรูปแบบ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีส่วนช่วยกระตุกต่อมความพอดีในตัวเรา ให้รู้จักคิด รู้จักใช้ และรู้จักความพอดีในชีวิตนั้นเองค่ะ ภายในแอพมีสรุปความหมายของปรัขญาเศรษฐกิจแบบเข้าใจง่ายมาให้ด้วยนะคะ แอดมักจะไปอ่านทุกครั้งเวลาเข้าแอพเพื่อให้เราตระหนักในความพอเพียงอยู่เสมอเลยค่ะ           วิธีการใช้งานแอพ “พอดี” ไม่ยากเลยจ้า เริ่มต้นใช้ด้วยการอัพรูป (อัพหรือไม่อัพก็ได้) แล้วกรอกข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับรายได้ รายจ่ายต่อเดือน เงินออมและหนี้สิน เพื่อบันทึกไว้เป็นข้อมูลที่แอพจะนำไปใช้ในการประเมิน หลังจากใส่ข้อมูลครบถ้วนแล้ว แอพพลิเคชั่นจะคำนวณสถานะทางการเงิน และสร้างการ์ตูนน่ารักๆประจำตัวที่เหมาะสมกับเรา           นอกจากจะมีสัญลักษณ์ประจำตัวแล้ว ยังมีคำจำกัดความที่ทำให้สะอึกได้เบาๆ เน๊อะ ฮ่าๆๆ เอาล่ะค่ะพอได้การ์ตูนที่เป็นสัญลักษณ์ประจำตัว ก็จะเห็นแล้วว่าเราจากนั้นแอพพลิเคชั่นก็พร้อมที่จะนำไปใช้งานเพื่อ  “เช็คความพอดีก่อนซื้อ” กันแล้ว           คือเวลาที่เราอยากจะซื้ออะไร ก็ระบุรายละเอียดของสิ่งที่เราต้องการ และราคาของที่ต้องการซื้อกันก่อนค่ะ          จากนั้นก็มาเช็คความพอดีของตัวเราเอง โดยการพิจารณาผ่านหลักเกณฑ์ 3 ห่วง 2 เงื่อนไขตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เลือกระดับตามความจริงทีละหัวข้อตามระดับ มาก กลาง น้อย           แล้วตัวแอพพลิเคชั่นจะประเมินออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์ความเหมาะสม ด้วยสัญลักษณ์ตัวการ์ตูน น่ารักๆ พร้อมคำประเมินอีกที ว่าเราควรซื้อจริงๆหรือไม่             ด้วยคำแนะนำจากการประเมินของแอพพลิเคชั่น “พอดี” เราก็สามารถรู้ถึงความจำเป็นในการซื้อต่อสิ่งของนั้นๆ ว่าเหมาะสมกับสถานะของเราในปัจจุบันหรือไม่ อีกทั้งยังช่วยกระตุกต่อมความพอดีในตัวเราได้ด้วย           อ้อ.. ลืมบอกไปค่ะว่าผู้ที่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “พอดี” มาใช้ ก็จะได้บุญไปด้วยนะค๊า เพราะทุก 1 ดาวน์โหลด จะมีค่าเท่ากับ 1 บาท ซึ่งจะบริจาคสมทบกับมูลนิธิชัยพัฒนาอีกด้วย นอกจากตัวเองจะมีความสุขแล้ว ยังได้แบ่งปันความสุขด้วย หืมม..ดีต่อใจที่สุดด   Download :         ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sukeecompany.com และ FB: sukeecompany

รับทำ app wewillapp บทความออนไลน์ รับทำเว็บไซต์ รับทำแอพพลิเคชัน

Odini แอพพิลเคชันลงทุนในกองทุนรวมโดยอัตโนมัติ

          เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2561 ได้มีการเปิดตัวแอพพลิเคชั่น odini เป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อการลงทุนแบบอัตโนมัติด้วยระบบ Robo-advisor ซึ่งเป็นการพัฒนาโดยคนไทย อย่างที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันการลงทุนด้านการเงิน และตลาดหลักทรัพย์ มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการลงทุน เป็นการดึงดูดภาคเอกชนในการลงทุน และเป้าหมายของ Robo-advisor ไม่ได้เป็นเทคโนโลยีของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นเทคโนโลยีของประชาชน บุคคลทั่วไป ให้เข้าถึงการลงทุนต่างๆ รวมไปถึงผู้ประกอบการ SME และ Start up ให้สามารถพัฒนาศักยภาพการลงทุน และด้านการเงินได้ดียิ่งขึ้น     Odini มีคอนเซ็ปต์ภายใต้แนวคิด "ลงทุนง่าย ได้ทุกคน" เพื่อให้คนไทยทุกคนเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายผ่านระบบแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือ ช่วยให้ลงทุนได้ทุกที่ ทุกเวลา มีการแนะนำการลงทุนแบบครบวงจร นำเสนอการเปิดบัญชีผ่าน smart phone แนะนำสัดส่วนการลงทุนที่เหมาะสม ลงทุนในพอร์ตกองทุนรวมให้แบบอัติโนมัติตามเงื่อนไขที่นักลงทุนเลือก พร้อมทั้งปรับสัดส่วนพอร์ตให้มีความสมดุลอยู่เสมอ ด้วยเงินทุนเริ่มต้นเพียงหนึ่งพันบาท แล้ว Robo-advisor คืออะไร?         Robo-advisor ก็คือ การให้บริการวางแผนทางการเงินแบบอัตโนมัติ โดยอาศัยอัลกอริทึมซึ่งได้จากแนวคิดของผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในการทำงาน และมีผู้เชี่ยวชาญในการกำกับดูแลการทำงานให้เป็นไปตามแนวคิดที่วางเอาไว้ odini คือแอพพลิเคชันอะไร? odini คือ แอพพลิเคชันแนะนำและบริหารจัดการการลงทุนในกองทุนรวมแบบอัตโนมัติ เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจลงทุนระยะยาว มีเป้าหมายในการลงทุนที่ชัดเจน โดยมีบริการครอบคลุมดังต่อไปนี้  ประเมินความเสี่ยงการลงทุน มีทั้งหมด 5 ระดับ จาก “ระดับต่ำ” ไปถึง “ระดับสูง” วางแผนการลงทุนตามความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ซื้อ-ขาย หน่วยลงทุนได้หลาย บลจ. ปรับสมดุลพอร์ตการลงทุนที่ผลงานต่ำกว่าเกณฑ์ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแอพที่น่าติดตามมากๆเลยก็ว่าได้ เพราะคุณใช้เงินในการลงทุนเริ่มต้นเพียงแค่ 1,000 บาท ตอนนี้ยังมีให้โหลดแค่ในระบบ iOS ในฝั่งของ Android ต้องรอติดตามกันต่อไป เว็บไซต์: https://www.odiniapp.com/about-odini/ อ้างอิง: http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/804019  

รับทำ app wewillapp บทความออนไลน์ รับทำเว็บไซต์ รับทำแอพพลิเคชัน

ใบขับขี่ดิจิตอล DLT QR Licence เปรียบเทียบปรับได้จริงแล้ว

          จากที่ทุกคนทราบกันดีแล้วว่าประเทศเรามีการประกาศใช้ใบขับขี่ดิจิตอลมาตั้งแต่ต้นปี 2562 แต่เราก็ยังไม่สามารถใช้ใบขับขี่ดิจิตอลเปรียบเทียบปรับแทนใบขับขี่ตัวจริงได้ และเจ้าหน้าที่ยังต้องยึดใบขับขี่ตัวจริงในกรณีที่ทำผิดกฎจราจรอยู่นั้น           จนเมื่อวันที่ 20 ส.ค.2562 ที่ผ่านมาเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้มีการเผยแพร่พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2562  มีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 ก.ย.62 นี้ ทั้งนี้หลังจากประกาศใช้แล้ว ประชาชนสามารถพกใบอนุญาตขับขี่ได้อย่างใดอย่างหนึ่งใน 3 แบบ โดยกฎหมายใหม่นี้เจ้าพนักงานจราจรไม่จำเป็นต้องยึดใบขับขี่ เนื่องจากมีระบบใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์ของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งสามารถเปรียบเทียบปรับได้            และเนื่องจากที่ผ่านมายังไม่สามารถใช้แทนใบขับขี่ตัวจริงได้ตามที่กล่าวข้างต้น จึงยังมีประชาชนอีกมากที่ยังไม่มีใบขับขี่แบบดิจิตอล วันนี้เราจึงจะมาแนะนำวิธีการลงทะเบียนแอพพลิเคชั่น DLT QR Licence อีกครั้ง เพื่อเชิญชวนทุกคนมาใช้แอพฯ ทั้งนี้เพื่อความสะดวกสบายของเราทุกคนนั่นเอง            อย่างไรก็ตามใบขับขี่ดิจิตอลยังมีข้อจำกัดเรื่อง 1 ใบต่อ 1 เบอร์ ซึ่งถ้าเรามี 2 ใบ (จักรยานยนต์และรถยนต์) จะยังไม่สามารถลงทะเบียนทั้งคู่ได้ (หวังว่าในอนาคตจะใช้ได้เน๊อะ ^^)  และยังใช้ได้เฉพาะบัตรที่มี QR Code หลังบัตรเท่านั้น ส่วนบัตรที่ไม่มี QR Code จะไม่สามารถใช้งานผ่านแอพพลิเคชันได้ ซึ่งหากต้องการเปลี่ยนบัตรใหม่ สามารถติดต่อได้ที่กรมขนส่งฯ โดยจะมีค่าธรรมเนียมตามประเภทใบอนุญาตขับขี่นั้นๆ ส่วนใครยังไม่มีแอพ DLT QR Licence สามารถใหลดจากลิงค์ด้านล่างได้เลยค่า     

รับทำ app wewillapp บทความออนไลน์ รับทำเว็บไซต์ รับทำแอพพลิเคชัน

จุฬาฯ-กสิกรไทยกับโครงการ CU NEX แอปพลิเคชันที่ทำให้ชีวิตนิสิตง่ายขึ้นด้วยดิจิทัลเทคโนโลยี

                                                                  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกับธนาคารกสิกรไทย ได้มีการร่วมมือกันทำโครงการ CU NEX ที่จะใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีเชื่อมโยงทุกแพลตฟอร์มของมหาวิทยาลัยไปสู่การบริหารจัดการที่ทันสมัยมากขึ้น การใช้ชีวิตของนิสิตและบุคลากรในรั้วจุฬาฯ ยกระดับการเรียน การสอน และการใช้ชีวิตด้วยเทคโนโลยี เพื่อให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัย Digital Lifestyle University                        แล้วแอปพลิเคชัน CU NEX จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตประจำวันของนิสิตและบุคลากรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่เริ่มต้นวัน ไปจนถึงเวลาที่ก้าวขาออกนอกรั้วมหาวิทยาลัยอย่างไรละ ? บัตรนิสิตจะหายไป กลายเป็น Digital ID แทน: ด้วยแอปพลิเคชัน CU NEX จะทำให้บัตรนิสิตกลายเป็นเรื่องในอดีต เพราะนับตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะได้บัตรนิสิตที่ผูกกับแอปพลิเคชัน นั่นหมายความว่า การลงทะเบียนเรียน, การใช้ห้องสมุด เช่น จองหนังสือผ่านแอปพลิเคชัน, การใช้งานอาคารสถานที่ เช่น ไม่รู้ว่าห้องเรียนนี้อยู่ตึกไหนหรือเดินทางไปอย่างไร แอปพลิเคชันจะนำทางไปให้ นอกจากนั้นยังรวมไปถึงการตรวจสอบตำแหน่งของรถบัสในมหาวิทยาลัยแบบเรียลไทม์ ทำให้ชีวิตเป็นดิจิทัลไลฟ์สไตล์อย่างแท้จริง และแน่นอนทุกอย่างสามารถทำได้ในแอปพลิเคชันเดียว เข้าสู่มหาวิทยาลัยไร้เงินสด เพราะจ่ายทุกอย่างได้ด้วย CU NEX: บรรดาร้านอาหารในมหาวิทยาลัยจะรองรับการจ่ายเงินด้วย QR Code ผ่านแอปพลิเคชัน CU NEX มากไปกว่านั้น ยังสามารถรับคะแนนสะสม และนำไปแลกสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในร้านค้าโดยรอบมหาวิทยาลัยได้ด้วย พื้นที่ Co-working space รองรับความต้องการของนิสิต: ความร่วมมือระหว่างจุฬาลงกรณ์และธนาคารกสิกรไทย ยังเปิดพื้นที่ใหม่เรียกว่า PLEARN Space โดยจะเป็น Co-working space ที่เปิดโอกาสให้นิสิตได้ทำกิจกรรมหาความรู้ร่วมกัน ซึ่งแน่นอนว่าการเข้าไปยังพื้นที่แห่งนี้ต้องใช้แอปพลิเคชันตัวนี้นั่นเอง เปิดโลกแห่งการเรียนรู้ของบุคลากรจุฬาฯ ด้วยการบ่มเพาะความรู้ดิจิทัล: ด้วยการจับมือกับธนาคารกสิกรไทย ทำให้องค์กรลูกอย่าง KBTG ที่ดูแลด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมจะมาช่วยส่งเสริมความรู้ด้านดิจิทัล และมากไปกว่านั้น จะมีการสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมส่งเสริมให้เกิดสตาร์ทอัพในมหาวิทยาลัย พร้อมทั้งก้าวไปสู่เวทีระดับโลก การใช้ Big Data ในมหาวิทยาลัย: หลังจากการผลักดันให้เกิดดิจิทัลไลฟ์สไตล์ในมหาวิทยาลัยแล้ว ข้อมูลอันมหาศาลที่มหาวิทยาลัยมีจะทำให้สามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อออกแบบหลักสูตรและกิจกรรมที่เหมาะสมกับนิสิต พร้อมทั้งยังสามารถนำข้อมูลไปสร้าง Data Hub หรือไกลไปจนถึงการนำเทคโนโลยี Blockchain มาช่วยจัดการเอกสารในมหาวิทยาลัยได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล และในส่วนที่นิสิตจะได้รับจากการปลี่ยนบัตรเดบิตประจำตัวนิสิตใหม่ ไม่มีค่าธรรมเนียมบัตรเดบิตทั้งค่าธรรมเนียมแรกเข้าและรายปีตลอดการเป็นนิสิตจุฬาฯ ดูหนังทุกเรื่องทุกรอบ 100 บาท ที่ Major Cineplex และ SF Cinema City ทุกสาขา อิ่มคุ้มที่แมคโดนัลด์ 100 บาท เมื่อซื้อแมคฟิชหรือซามูไรเบอร์เกอร์ ขนาดกลาง หรือ ชุดแมคไก่ทอดใหญ่เผ็ด 3 ช้อปปิ้งออนไลน์ที่ Lazada รับส่วนลด 15% ตลอดทั้งปี นั่ง Grab ครั้งแรก ฟรี 100 บาท หรือลด 10% เมื่อจ่ายด้วย GrabPay จองที่พักกับ Expedia ลดสูงสุด 60% และอื่นๆ อีกมากมาย               ถือว่าเป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยตัดปัญหาเรื่องบัตรนิสิตหาย หรือปัญหาการลืมบัตรนิสิตแล้วเข้าหอสมุดหรือยืมหนังสือไม่ได้ ปัญหาเมื่อหาตึกไม่เจอยังมีระบบนำทางไปยังตึกเรียน รวมไปถึงการตรวจสอบตำแหน่งของรถบัสในมหาวิทยาลัยแบบเรียลไทม์ และยังช่วยให้การจ่ายค่าเทอมเป็นเรื่องง่ายด้วยการจ่ายผ่าน CU NEX ได้เลย โครงการดีๆแบบนี้หวังว่ามหาวิทยาลัยอื่นๆจะนำไปใช้กันนะค่ะ ดาวน์โหลด Android / iOS ขอบคุณข้อมูลจาก: https://brandinside.asia/chuna-new-era-cu-nex-kbank/                             https://www.matichon.co.th/publicize/news_834008